การวางแผนการเงินสำหรับผู้สูงอายุถือว่าสำคัญมาก เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่รายได้อาจไม่แน่นอนหรือไม่มีรายได้ประจำแล้ว แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ดังนั้นการวางแผนจึงควรเน้นที่ “ความมั่นคง ปลอดภัย และเพียงพอต่อการดำรงชีวิต”
แนวทางการวางแผนการเงินสำหรับผู้สูงอายุที่ควรพิจารณา:
- ประเมินทรัพย์สินและหนี้สินที่มี
• ตรวจสอบสินทรัพย์ที่มี เช่น เงินฝาก กองทุน หุ้น อสังหาฯ ฯลฯ
• เคลียร์หนี้สินที่มีให้เสร็จ หรือถ้าจำเป็นต้องมีหนี้ ก็ควรเลือกหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่ำและไม่เป็นภาระระยะยาว - วางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือน
• ประเมินค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ฯลฯ
• จัดทำงบประมาณรายเดือนให้ชัดเจน เพื่อควบคุมการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ที่มี - จัดการเรื่องรายได้หลังเกษียณ
• รายได้จากเงินออมและการลงทุน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ
• เงินบำนาญหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
• ตรวจสอบสิทธิประโยชน์จากรัฐ เช่น บำนาญชราภาพ เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ - เน้นการลงทุนที่ปลอดภัยและมั่นคง
• ลดการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นหรือสินทรัพย์ที่ผันผวนมาก
• เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล เงินฝากประจำ หุ้นกู้คุณภาพดี หรือกองทุนตราสารหนี้
• เลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เน้น “รายได้สม่ำเสมอ” และ “รักษาเงินต้น” - วางแผนค่ารักษาพยาบาลและประกันสุขภาพ
• ทำประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรง (ถ้าอายุยังเข้าเกณฑ์และค่าเบี้ยไม่สูงจนเกินไป)
• ตั้งกองทุนสำรองค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาลในอนาคต - วางแผนมรดกและพินัยกรรม
• จัดทำพินัยกรรมให้ชัดเจนเพื่อลดข้อพิพาทในครอบครัว
• วางแผนโอนทรัพย์สินหรือแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินให้เรียบร้อย
• พิจารณาการตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีที่ไม่สามารถบริหารจัดการเองได้ในอนาคต - ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต
• ใช้ชีวิตให้สมดุล ไม่กังวลเรื่องเงินมากเกินไป
• มีกิจกรรมทางสังคมหรือทำสิ่งที่ชอบเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี
