Probiotics คืออะไร
Probiotics รากศัพท์ของคํานี้มาจากภาษากรีก ค่ะ มีความหมายรวมกันว่า “สําหรับชีวิต” (for life) หรือ “ส่งเสริมชีวิต” ต่อมาคําจํากัดความของโพรไบโอติกส์มีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงหลายครั้ง จนกระทั่งในปี 2001 องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้คําจํากัดความของโพรไบโอติกส์ หมายถึง “จุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่ง เมื่อบริโภคในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค” ซึ่งคําจํากัดความนี้มีการยอมรับในระดับสากลและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกจนถึงปัจจุบันค่ะ
ดังนั้น ถ้าเป็น Probiotics แล้ว
1. ต้องเป็น จุลินทรีย์ที่มีชีวิต (ถ้าตายแล้วไม่นับ)
2. ต้องกินให้ได้อย่างเพียงพอ
3. ต้องช่วยส่งเสริมสุขภาพของเราได้
ดังนั้น ถ้าเราเอาจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ เช่น หมักอาหาร ดองผัก แล้วถึงเวลานำอาหารไปผ่านความร้อน จุลินทรีย์ตรงนี้ตายไป ก็ไม่นับว่าเป็น Probiotics นะคะ
และหากขยายความกันอีก
จากข้อที่ 1 คือ ต้องยังมีชีวิตอยู่ และข้อที่ 3 ต้องมีความสามารถในการส่งเสริมดูแลสุขภาพเราจริงๆ ไม่ใช่แค่นำมาใช้แปรรูปอาหาร นั่นหมายความว่า
จุลินทรีย์นั้น ต้องเป็นสายพันธุ์ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพเราได้จริง และมีปริมาณที่เพียงพอในการรับประทานเข้าไปในครั้งหนึ่งๆต่อวันค่ะ
เราอาจเรียกสั้นๆ แบบง่ายๆว่า Probiotics คือจุลินทรีย์ชนิดดี เหมือนทหารดี ที่คอยดูแลร่างกายเราจากข้าศึกที่จะมารุกรานร่างกายก็ได้ค่ะ
คราวนี้อยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าจุลินทรีย์ชนิดดี Probiotics คือ สายพันธุ์อะไรกันบ้าง แล้วต้องกินเข้าไปในร่างกายเท่าไร ถึงจะเพียงพอที่จะช่วยดูแลร่างกาย
Probiotics ที่ควรได้รับในแต่ละวันนั้น ขึ้นกับสภาพร่างกาย คือ ผู้ใหญ่ทั่วไปแนะนำปริมาณตั้งแต่ 1,000 – 10,000 ล้าน CFU ขึ้นไปค่ะ อ้อ CFU ย่อมาจาก Colony Forming Units เป็นหน่วยในการวัดจุลินทรีย์ค่ะ
ส่วน จุลินทรีย์ที่นับว่า เป็น Probiotics นั้น จะเป็นกลุ่มสายพันธุ์ อย่างเช่น
- Lactobacillus acidophilus
- Bifidobacterium bifidum
- Bifidobacterium animalis spp. lactis
ต้องบอกไว้ก่อนว่า จุลินทรีย์บนโลกนี้ มีทั้งมีประโยชน์ต่อมนุษย์และเป็นโทษต่อมนุษย์ค่ะ เป็นโทษคือ ก่อให้เกิดโรคต่างๆ แต่ที่มีประโยชน์นั้น ก็ต้องดูว่า
ประโยชน์ในแง่ไหน ถ้านำมาแปรรูปอาหาร อย่างอาหารหมักดอง ยังถือว่าไม่ใช่ ย้ำไปหลายครั้งแล้วนะคะว่า
จุลินทรีย์ชนิดดี Probiotics จะต้องดูแลสุขภาพร่างกายได้ เหมือนทหารดี
ดังนั้น ร่างกายต้องได้รับทุกวัน เพื่อมาทดแทน ทหารดีๆที่สู้รบกับเหล่าร้าย พลีชีพเพื่อเรานั่นเองค่ะ
จุลินทรีย์ชนิดดี Probiotics มีงานวิจัยว่าช่วย ในเรื่องของ การช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ลดการติดเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ถ่ายอุจจาระได้เป็นปกติ ช่วยปรับเปลี่ยนการทํางานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดภาวะการเกิดภูมิแพ้ภูมิเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้อากาศ ผดผื่นผิวหนัง การสร้างสารเมทาบอไลท์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินบี 12 วิตามินเค กรดอะมิโนที่ช่วยปกป้องเยื่อบุลำไส้ เป็นต้น นี่ยังไม่รวมการลดไขมันในเลือด และลดความอ้วนห่วงยางรอบเอว รวมถึงยังช่วยการทำงานของสมองอีกนะคะ
อยากรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยโพรไบโอติกส์ ติดตามบทความของ Pro U Professional for U ไปเรื่อยๆนะคะ
เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มที่ลำไส้ – เลือกโปรไบโอติกที่ใช่ เพื่อชีวิตที่สมดุล
อ้างอิง
- https://isappscience.org/wp-content/uploads/2020/01/Probiotics-white-paper-clinician-PDF-FINAL.pdf
- https://www.fao.org/food/food-safety-quality/a-z-index/probiotics/en/
